IMG_9021

สิ่งสำคัญ​ที่ควรรู้​ หากไม่อยากเสียเงินซ่อมแอร์​บ่อย

💚 ล้างแอร์ควรล้างปีละกี่ครั้ง แล้วล้างอย่างไรให้ถูกวิธี เพื่อ​ยืดอายุการใช้งาน ให้อยู่กับเราได้นานที่สุด ? การล้างแอร์มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะแอร์เปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศ ถ้าเครื่องฟอกสกปรก คุณก็จะได้รับอากาศที่สกปรกไปด้วย
แอร์รุ่นใหม่ๆ จะมีระบบฟอกอากาศที่ดีและทันสมัยมากยิ่งขึ้นไปด้วย ถ้าแอร์ของเราสะอาด เราก็จะได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ ดีต่อสุขภาพของเราและคนในครอบครัวความสกปรกของแอร์ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน และสภาพแวดล้อมของการติดตั้ง ถ้าห้องที่ปิดมิดชิดลมไม่ค่อยเข้า ฝุ่นไม่ค่อยมี แอร์จะไม่ค่อยสกปรก แต่ถ้าห้องที่อยู่ใน หรือใกล้แหล่งที่มีฝุ่นเยอะ ก็จะทำให้แอร์สกปรกได้เร็ว เช่นห้องที่ติดริมถนน ห้องแต่งหน้า ทำผมมีฝุ่นละลองจากแป้ง เครื่องสำอางค์ต่างๆ ห้องที่อยู่ใกล้แหล่งก่อสร้าง บริษัทหรือโรงงานที่ผลิตสิ่งต่างๆ ที่ทำให้มีฝุ่นเยอะๆ

💙 แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าที่ที่เราติดตั้งแอร์มีฝุ่นมากน้อยแค่ไหน ?
ให้ลองสังเกตุภายในห้อง ว่ามีฝุ่นเกาะตามซอกตามมุม จุดที่ทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง หรือทำความสะอาดล่าสุดเมื่อไร มีฝุ่นเกาะตามโต๊ะ ตามพื้นฯ มากแค่ไหน
ฝุ่นก็จะเข้าไปเกาะในตัวแอร์มากด้วยเช่นกัน

💚 เมื่อไรควรจะล้างแอร์ ?
ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของการติดตั้ง ถ้าห้องที่มีฝุ่นเยอะ ระยะเวลา​3-4 เดือนควรล้างซักครั้ง ถ้าห้องที่ใช้งานทั่วไป ปกติโดยทั่วไปควรล้างแอร์ปีละ 2 ครั้ง หรือ 6 เดือนครั้ง หากปล่อยไว้นานแอร์จะสกปรกมาก ฝุ่นจะเกาะภายในแอร์ จนหนาทำให้ลมพัดออกมาได้ไม่เต็มที่ และจะรู้สึกว่าแอร์ไม่ค่อยเย็น
พอนานเข้าฝุ่นจะรวมตัวกับน้ำที่อยู่ในถาดน้ำทิ้ง เกาะตัวเป็นเมือกไปอุดตันท่อน้ำทิ้ง ทำให้น้ำไม่สามารถระบายออกทางท่อน้ำได้ น้ำก็จะล้นทะลักออกมาที่ตัวแอร์ หากล้นมาที่ด้านหน้าๆของแอร์ก็สามารถเอากระแป๋ง กะละมังมารองน้ำแล้วใช้งานได้ต่อไปจนกว่าจะล้างแอร์ แต่ถ้าน้ำไหลรินเรียบกับกำแพง หากเปิดใช้งานแอร์ต่อไป น้ำท่วมห้องแน่นอน

💙 รูปแบบการล้างแอร์ หลักๆมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบคือ

  1. ล้างเล็ก
  2. ล้างใหญ่
  3. ตัดแอร์ออกมาล้าง
  1. ล้างเล็ก
    ขั้นตอนคือ เปิดหน้ากากแอร์ ถอดฟิลเตอร์ ใส้กรองแอร์ ออกมาล้าง ไม่ต้องขันน๊อต ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถทำเองได้ง่ายๆ ศึกษาจากคู่มือ
  1. ล้างใหญ่
    ต้องใช้ช่างผูชำนาญ : ต้องถอดหน้ากากแอร์ลงมา (บางรุ่นถอดมอเตอร์ด้วย) ใช้ผ้าใบคลุมแอร์ ใช้เครื่องปั้มน้ำแรงดัดสูงฉีดทำความสะอาด อาจใช้น้ำยาฆ่าเชื้อล้างแผงรังผึ้ง(แผงทำความเย็น) แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  1. ตัดแอร์ลงมาล้าง
    คือความสกของแอร์เข้าอยู่ตามซอกตามมุมที่ไม่สามารถฉีดล้างทำความสะอาดได้ หรือภายในท่อแอร์เกิดความสกปรก ต้องตัดแอร์ลงมาทำความสะอาดทั้งหมด แล้วติดตั้งเข้าไปใหม่ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสูง เทียบเท่ากับค่าติดตั้ง (เพราะตัดแอร์ลงมาล้าง แล้วก็ต้องติดตั้งเข้าไปใหม่)

ค่าบริการก็ขึ้นอยู่กับขนาดของแอร์ และรูปแบบการติดตั้งว่าเป็นแบบติดผนัง ฝังฝ้า ตั้งแขวน 4ทิศทาง ฯ

หากกำลังมองหา​ช่างแอร์​ที่มีความชำนาญและ​ความรับผิดชอบ​ที่ดี​ HOME​ CARE​ TO​ YOU​ มีช่าง​แอร์​ที่พร้อมดูแล​แอร์​ของคุณให้อยู่คู่กับบ้านไปได้ตราบนานเท่า​นาน

FD217E18-6859-4A9D-AA1B-758D1619521C

การดูแลรักษาผ้าแต่ละชนิด

ผ้าในโลกนี้มีหลากหลายประเภท ซึ่งการดูแลผ้าในแต่ละประเภทก็ดูแลแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของเนื้อผ้า

1.ผ้าฝ้าย ( cotton ) เป็นผ้าที่ได้จากเส้นใยธรรมชาติจากพืช สามารถซักด้วย สบู่ หรือผงซักฟอกได้ ทนต่อแสงแดดและความร้อนได้ดี ในการดูแลรักษา ควรรีดในขณะที่ยังชื้นอยู่ หรือควรพรมน้ำก่อนรีด ควรรีดให้แห้งสนิท ถ้ารีดไม่แห้งสนิทเมื่อเก็บไว้อาจจะทำให้เกิดราได้

2. ผ้าลินิน ( linen ) เป็นผ้าที่ได้จากเส้นใยธรรมชาติจากพืชเช่นเดียวกับฝ้าย แต่มีข้อแตกต่างกันอยู่นิดหน่อยคือ ลินินจะแข็งและดูดซับน้ำได้ดีกว่า ฝ้าย แต่จะไม่ยืดหยุ่นเท่ากับฝ้าย การดูแลรักษา คล้ายกัน ผ้าลินินจะยับง่ายกว่าจึงควรใช้การม้วนเก็บมากกว่าการพับ

3. ผ้าไหม ( silk ) เป็นผ้าที่ได้จากเส้นใยธรรมชาติจากสัตว์ ผ้าไหมไม่ทนแสงแดด ซึ่งจะทำให้ผ้าไหมขาดเร็ว ก่อนนำผ้าไหมไปตัดชุดควรนำไปอบไอน้ำก่อนเพื่อไม่ให้เนื้อผ้าหดและสีไม่ตกง่ายในภายหลัง วิธีการดูแล ไม่ควรใช้น้ำยาซักแห้ง หรือผงซักฟอก เพราะจะทำให้สีตก และเก่าเร็ว ควรใช้สบุ๋อ่อน แชมพูเด็ก หรือผลิตภัณฑ์สำหรับผ้าไหมโดยเฉพาะ ผสมน้ำอุ่นตีเป็นฟอง น้ำเสื้อผ้าไหมจุ่มลง และใช้มือขยำและซักตรงที่มีรอยสกปรก เช่น ที่คอ ปลายแขนปลายขา ปลายกระโปรง นำขึ้นบีบให้น้ำสบุ่ไหลออกแล้วนำไปซักน้ำอุ่น อีกอย่างย้อย 2 ครั้ง หรือจนกว่าจะหมดฟองแล้วใช้ผ้าขนหนูซับน้ำออกโดยการปูชุดผ้าไหมลงบนผ้าขนหนูแล้วค่อยๆม้วนผ้าตามขวาง โดยทิ้งไว้ 5-10 นาทีโดยไม่ต้องบิด แล้วนำไปแขวนผึ่งลม พอหมาดๆแล้วนำไปรีด

4. ผ้าขนสัตว์ ( wool ) เป็นผ้าที่ทำมาจากขนของสัตว์เช่น แกะ เฟอร์ กระต่าย เป็นต้น ถ้ามีรอบเปื้อนให้รีบใช้แปรงแปรงออกโดยเร็ว หากเปื้อนน้ำให้รีบสบัดออก หรือใช้ผ้าแห้งเช็ดออก ผ้าขนสัตว์ต้องแปรงทุกครั้งหลังจากสวมใส่ ให้ใช้แปรงที่มีขนนุ่มและแน่น จะทำให้รอยเปื้อนหรือคราบสกปรกหลุดออกได้ดีแล้ว ยังทำให้เส้นขนไม่จับตัวเป็นก้อนข้อสำคัญคือห้ามแปรงตอนผ้าเปียกให้แปรงตอนแห้งเท่านั้น

5. ผ้าใยสังเคราะห์ ( synthetic fiber ) ผ้าใยสังเคราห์มีหลากหลายชนิดเช่น โพลีเอสเตอร์ เรยอย อาชิเตด ไนลอนเป็นต้น ผ้าประเภทนี้ถูกสร้างขึ้นโดยมนูษย์ การดูแลรักษา ง่าย ทนความร้อน สามารถใช้ผงซักฟอกซักตามปกติได้และควรรีดตามประเภทของเส้นใยด้วย เนื่องจากวัสดุแต่ละประเภท ทนความร้อนไม่เท่ากัน

ที่มา : http://www.smartprintfabric.co.th

c4

4 เคล็ดลับ เสริม​ฮวงจุ้ย​โต๊ะทํางาน ให้ปังสุดๆ

1.หันหน้าให้ถูกทิศ 💚 การจัดโต๊ะทำงานที่ดีควรจะหันหน้าโต๊ะทำงานไปยังทิศที่ถือว่าเป็นทิศมงคลของตนเอง แต่ถ้าหากใครที่ไม่ทราบว่าทิศมงคลของตนคือทิศอะไรล่ะก็ ให้หันหน้าโต๊ะไปทางประตูทางออกก็ถือว่าใช้ได้เหมือนกัน นอกจากนี้ยังสามารถจัดโต๊ะตามตำแหน่งหน้าที่การงานของแต่ละคนได้ด้วย เช่น ผู้ที่มีตำแหน่งสูงกว่าควรจัดโต๊ะให้อยู่ด้านหลังผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา เป็นต้น

2.หลีกเลี่ยงแนวประตู 💙 ในการจัดวางโต๊ะทำงานถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงจุดที่อยู่ในแนวเดียวกับประตู เนื่องจากเชื่อว่าจะทำให้พลังภายในตัวผู้ที่เป็นเจ้าของโต๊ะรั่วไหลออกไป ทำให้ไม่มีสมาธิในการทำงาน ทำผลงานออกมาได้ไม่ค่อยดีนัก หรืออาจจะทำให้การงานเกิดความผิดพลาดได้ง่าย วิธีแก้คือต้องย้ายตำแหน่ง แต่ถ้าไม่สามารถย้ายได้ให้ลองหาลูกแก้วคริสตัลมาวางประดับ เพื่อเสริมพลังไล่ความอัปมงคลที่มากับแนวประตูออกไป แต่ทั้งนี้ไม่รวมตำแหน่งที่ต้องต้อนรับลูกค้า เช่น ประชาสัมพันธ์ ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องจัดโต๊ะไว้หน้าประตูอยู่แล้ว

3.ไม่ตั้งอยู่หน้าห้องน้ำ 💚 โต๊ะทำงานที่ดีควรหลีกเลี่ยงการตั้งอยู่หน้าห้องน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นจุดอัปมงคล พลังงานดี ๆ ทั้งหลายจะถูกกดลง ทำให้ไม่สามารถแสดงผลงานออกมาได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้บริเวณรอบ ๆ โต๊ะทำงานก็ไม่ควรมีสิ่งของชิ้นใหญ่ เช่น แอร์ ตู้เก็บของ ชั้นแขวนผนัง ตั้งอยู่ใกล้จนเกินไป เพราะพลังงานจะถูกสิ่งของเหล่านี้กดทับไปเสียหมด อาจจะทำให้รู้สึกเก็บกดหรือรู้สึกเหมือนถูกบีบบังคับได้ นอกจากนี้ การวางสิ่งของเหล่านี้ไว้ใกล้จนเกินไป อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้อีกด้วย 

4.อย่าปล่อยให้โต๊ะรก 💙 นอกจากทิศและจุดที่ตั้งของโต๊ะแล้ว การจัดข้าวของบนโต๊ะให้เป็นระเบียบก็ถือว่าสำคัญเช่นเดียวกัน การปล่อยให้ข้าวของบนโต๊ะถูกวางอย่างระเกะระกะ เป็นการบ่งบอกถึงความไม่มีระเบียบของเจ้าของโต๊ะ ถ้าในทางหลักฮวงจุ้ยแล้วถือว่าไม่ดี เพราะจะทำให้การงานมีอุปสรรคนั่นเอง

จะเห็นว่าการจัดตำแหน่งและทิศทางของโต๊ะทำงาน รวมถึงการจัดโต๊ะทำงานให้ตรงตามหลักฮวงจุ้ยนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ยากเย็นอะไรเลย แถมยังทำให้ชีวิตการทำงานดีขึ้นได้ง่ายๆ แต่ก็อย่าพึ่งหลักฮวงจุ้ยมากเกินไป เพราะอย่าลืมว่าสิ่งที่สำคัญต่อการทำงานที่สุดก็คือความสามารถของตัวเรานี่เอง

ที่มา : https://www.livinginsider.com

c2

9 เคล็ดลับ เสริมฮวงจุ้ยบ้าน ให้มั่งคั่งร่ำรวย

  1. หน้าบ้าน ควรปลูกต้นไม้เพื่อให้มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นการกระตุ้นทรัพย์และการเงินที่ดี

2. ห้องรับแขก ไม่ควรมีภาพที่ไม่เป็นมงคล เช่น ภาพของแตกหัก ภาพเรือล่ม​ เป็น​ต้น เพราะถือว่าเป็นภาพอัปมงคล ไม่ดีต่อบ้าน และผู้ที่อยู่อาศัย

3. ไม่ควรวางโต๊ะทำงานหรือโต๊ะกินข้าวใต้บันได เพราะถือว่าไม่เป็นมงคล หากจำเป็นสามารถปรับแก้ได้โดยการติดหลอดไฟ เหนือ​โต๊ะ 1 ดวง ก็จะสามารถ​ช่วยแก้ฮวงจุ้ยได้

4. ห้องน้ำ ทุกครั้งที่ใช้ห้องน้ำเสร็จ​ ควรปิดประตูเสมอ ห้ามเปิดทิ้งไว้ เพราะกลิ่นของห้องน้ำมีผลกับฮวงจุ้ย

5. หน้าห้องน้ำควรมีไฟส่องสว่างอย่างน้อย 1 ดวง

6. กระจกในห้องน้ำ ต้องดูแล​รัก​ษาให้สะอาดอยู่เสมอ

7. ภายในห้องน้ำห้ามมีอะไรอุดตันเป็นอันขาด

8. บันได ใต้ท้องบันไดบ้านเปรียบเสมือนท้องมังกร ควรเสริมไฟอย่างน้อย 3ดวง ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยถือเป็นการเสริมทรัพย์

9. สวนหลังบ้าน ต้องดูแลต้นไม้และดูแลสวน ให้มีชีวิตชีวาอยู่เสมอ ห้ามปล่อยรกโดยเด็ดขาด

.

.

.

ที่มา : https://www.taladnudbaan.com

content1

4 เคล็ดลับในการตัดสินใจ​เลือกใช้บริการแม่บ้านรายวัน

ในยุคสมัยที่คนส่วนใหญ่ ใช้เวลาไปกับการทำงาน จนไม่มีเวลาที่จะทำความสะอาดที่พักอาศัย การเรียกใช้บริการแม่บ้านจึงเข้ามาตอบโจทย์ชีวิตสำหรับคนยุคนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปัจจุบัน มีบริษัท ที่เป็นผู้ให้บริการแม่บ้านอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่า ควรเลือกใช้บริการแม่บ้านจากบริษัทไหนถึง​จะ​คุ้มค่า​และ​เหมาะสม​มากที่สุด​​

💚💙💚💙💚💙💚
Home care to you จึงขอแนะนำ 4 เคล็ดลับ ในการพิจารณา ตัดสินใจ เลือกใช้บริการ แม่บ้านทำความสะอาด ที่ดี เหมาะสม​และคุ้มค่ามากที่สุด
  1. ควรเป็นบริษัทที่มีตัวตนอยู่จริง มีความน่าเชื่อถือ และมีการเปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งสามารถ พิจารณาได้จาก website, Facebook Fanpage, Line หรือสื่อ Social อื่นๆ ทั้งของบริษัท และสื่อสาธารณะ รวมไปถึงรีวิวลูกค้า ที่เคยใช้บริการบริษัทนั้นๆ

2. ควรเป็นบริษัทที่มีการคัดกรอง และอบรมพนักงาน ที่เป็นผู้ให้บริการ มาเป็นอย่างดี รวมไปถึง​ความรับผิดชอบ​ต่อทรัพย์สิน​ ซึ่งสามารถพิจารณาได้จาก ข้อมูลการนำเสนอ ของทางบริษัท และจากรีวิวลูกค้า ที่เคยใช้บริการจริง ก่อนหน้านี้ จากทางสื่อโซเชียล ของบริษัท หรือ สื่อโซเชียลสาธารณะ

3. ควรเป็นบริษัทที่มีการให้ข้อมูลในการใช้บริการอย่างชัดเจน และตรงไปตรงมา ซึ่งอาจเป็นการพูดคุยผ่านทางแชท หรือสอบถาม ทางโทรศัพท์ กับพนักงานโดยตรง

4. ควรเป็นบริษัทที่มีการประสานงานที่ดีทั้งก่อนใช้บริการ ขณะใช้บริการและหลังการใช้บริการ เช่น การแจ้ง Confirm ลูกค้าล่วงหน้าก่อนเข้าให้บริการ หรือการประเมินผล ในการให้บริการ ของพนักงาน หลังการให้บริการ ซึ่งอาจจะใช้การพิจารณาจากข้อมูลของบริษั​ท​หรือ​รีวิวลูกค้า ที่เคยใช้บริการจริงก่อนหน้านี้

ซึ่งหากเราสามารถพิจารณา ข้อมูล ของทางบริษัทผู้ให้บริการแม่บ้าน ได้โดยละเอียด ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ ก็จะสามารถช่วยให้เรา ได้รับการบริการที่ดี คุ้มค่ากับเวลา และค่าใช้จ่ายที่เสียไป

Home care to you หวังว่า เคล็ดลับเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้บริโภค ที่กำลังมองหา
บริการแม่บ้าน​ สามารถที่จะคัดสรร บริษัทผู้ให้บริการที่ดีและเหมาะสมได้

HOME​ CARE​ TO​ U​